ตัวของเราใจของเรา

posted on 13 Apr 2013 21:41 by deekunna
การที่ฉันจะไปจากใครสักคนทำไมคิดวกไปวนมาอย่างนี้ 
สามทาง
1. ไปเลยดีกว่าเหนื่อยใจ  ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกน่า ลองหลายครั้งแล้ว
2.  จะอยู่กับเค้าอย่างไรให้มีความสุข   แคร์คนรอบข้าง พ่อแม่ญาติพี่น้อง
  เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ตราบที่ฉันยังมีความรู้สึก
3.  ก็ทน ๆไป อยู่แบบตัวใครตัวมัน   แล้วความสุขล่ะอยูที่ไหน
เมื่อลองคิดจริง ๆทางที่ดีที่สุดคงต้องไปจริง ๆ  อือนี่ล่ะเนาะที่เค้าบอกว่า
ให้เขียนข้อดีข้อเสียเป็นข้อ ๆ แล้วทบทวนเอา
ทุกอย่างมันสรุปที่ความสุข   เมื่ออยู่กับเค้าแล้วไม่มีความสุข  นั่นล่ะ
ที่มันควรจบ   สมัยนี้คงไม่ต้องแคร์อะไรให้มากมาย
โอ เค ฉันรู้แล้วว่าฉันต้องทำอะไร
....................................<3

ฉันมีกรรม หรือ ?

posted on 12 Apr 2013 23:23 by deekunna
ห้าปีแล้ว  ห้าปีที่ฉันแต่งงาน
ฉันได้รู้จักกับสามีด้วยการต้องการหนีปัญหาบางอย่าง
ปัญหาที่มันพิสูจน์ว่าฉันเองนี่ล่ะที่ไม่เข้มแข็งในความรัก
จนกระทั่งต้องสูญเสียคนที่ฉันรักไป
 
เหนื่อยจัง  ไม่มีที่ไหนให้ฉันได้ระบายได้ดีเท่าที่นี่อีกแล้ว
วันนี้เป็นครั้งที่ 100 ได้ที่ฉันกำลังคิดจะไปจากสามี
บอกยังไงดีล่ะ  สามีของฉันติดกัญชาชนิดที่ไม่ยอมเลิก
บางทีฉันคิดว่าสมองเค้าฝ่อไปแล้ว เพราะอะไรหน่ะหรือ
เพราะฉันกับเค้าพูดกันไม่รู้เรื่อง 
เรื่องแรก  เงินที่ไม่เคยหมุนทันของเค้า (ใช้ไม่เคยชนเดือน)
ทั้งที่ไม่เคยให้เงินฉันใช้สักบาท  มีหนี้ตลอด ขอยืมเงินฉัน
แต่ไม่บอกว่าจะยืมไปให้ใครติดหนี้ค่าอะไร  หนี้ที่ไม่มีที่มาที่ไป
เรื่องที่สอง  ฉันอยากไปเดินเล่น ไปเที่ยว ไปดูหนังแบบที่
ไปกันสองคน  แต่เค้ามักจะปฏิเสธ  เพราะไม่ชอบเดินเหนื่อย
ไม่ชอบอะไรที่ต้องเสียเหงือ ไม่ชอบรอเวลาเราเลือกของ
แต่  หากไปหาเพื่อน (ของเค้า )  เค้ามักรีบไปก่อนเวลาเสมอไปนั่งรอ
สามชั่วโมงก็รอ 
เรื่องที่่สาม   เค้าไม่มีปัญญาซื้อรถของตัวเองใช้  เพราะไม่มีเงินไม่มี
ปัญญาผ่อน เมื่อเร็ว ๆนี้หลอกขอเงินพ่อบอกว่าจะไปจองบ้าน แต่ก็
เอาไปทำอะไรก็ไม่รู้  ทำไมฉันถึงซีเรียส เพราะเค้าทำงานเงินเดือนก็ดี
และอายุใกล้เข้าสี่สิบแล้ว  ฉันคิดว่าเค้าน่าจะมองถึงอนาคตบ้าง
สุดท้าย  ฉันหมดแรง  เพราะฉันไม่รู้ว่าจะมีอะไรดีขึ้นหรือไม่
รักแท้ที่ปวดร้าวของฉัน
กับการตัดสินใจเดินจากมา
บางครั้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันที   เราไม่ได้รู้ความจริงอะไรเลย
บางครั้งเราอยากหนีไปให้ไกล ๆจากเรื่องราวต่าง ๆพวกนั้น  
ฉันคงขี้ขลาด  ขี้ขลาดเกินไปที่จะยอมรับความจริง
และคนที่ปวดร้าวที่สุดก็ คือฉันเอง 
ในความฝันของฉัน  บ่อยครั้ง  ที่ฉันฝันเห็นผู้ชายที่ฉันคิดว่าแสนเลวคนนั้น
และฉันทิ้งเค้า เหมือนไม่เหลือเยื่อใย  
กี่ปี ๆจะผ่านไป   ทั้งที่พยายามหลอกตัวเอง  แต่มันก็ไม่เป็นผลเลย
มีคนบอกว่า  ฉันอาจเจอคนที่ไม่ดี  ไปกว่าเค้าคนนั้น  
แต่ฉันว่าไม่ใช่    ไม่ใช่หรอก   ฉันลืมเค้าไม่ได้ต่างหาก 
ความรู้สึกนี้มันทรมารใจเหลือเกิน   เกินกว่าที่ใคร ๆ จะเข้าใจได้
ฉันไม่ได้คาดหวังอะไร   ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่า  การเป็นอุทาหรณ์
ให้กับคน ที่มีความรัก  รักเกินขึ้นได้หลายครั้งนะ  แต่เราไม่สามารถรักใคร ๆ
ได้เท่ากันหมด รักอาจต้องใช้เวลา   รักแม้ว่าคนที่เรารัก
อาจจะไม่ใช่คนดีมาก  อย่างที่เราคาดหวัง   เราหลอกใครต่อใครได้
แต่เราไม่อาจหลอกใจของเราเอง  ได้เลยจริง ๆ
และฉันหวังว่า  วันหนึ่ง  ฉันจะให้เวลานี่ล่ะ  ค่อย ๆลบเลือนเรื่องราวเหล่านี้
ให้มันจางหายไป   แม้มันจะอีกนาน  แสน........นาน   
.....วันนี้ฉันได้สูญเสีย  รักแท้ไปแล้ว  อย่างไม่มีวันหวนกลับ
ฉันให้อภัยกับทุก ๆอย่างที่เคยเกิดขึ้น   
แต่ฉันไม่รู้เลยว่า  ฉันได้รับการให้อภัยบ้างหรือป่าว
 
 
^^  .........................................................................................^^
                             ความจริง  จากใจของฉัน

ทายนิสัยจากการเสียใจ

posted on 17 Jan 2011 13:31 by deekunna
 

ทายนิสัยจากการเสียใจ  

เวลาเสียใจ หลายๆ คนมักแสดงออกด้วยการร้องไห้ออกมา แต่จะร้องไห้ฟูมฟาย หรือ เก็บตัวร้องไห้

 ก็สุดแล้วแต่ตัวบุคคล และคุณละเวลาเสียใจ แสดงออกแบบไหน....รู้ไหมว่าเวลาเสียใจแล้วแสดงออก

ออกมาบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของเราได้

 

1 .ร้องไห้ไม่ยอมหยุด
ใครก็ตามที่เมื่อมีเรื่องเสียใจมากๆ ก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุดแม้ว่าจะไม่สะอื้นฮักๆ ออกมา แต่ก็มีน้ำตาคลอ

จนดวงตาแดงก่ำไปหมด แสดงว่าเป็นคนที่จริงจังในชีวิต เมื่อเชื่อถืออะไรสักอย่าง ก็จะเชื่อมั่นอย่างนั้น

ไปตลอดกาล เป็นคนซื่อสัตย์ เกลียดการโกหกหลอกลวง และจะรับไม่ได้เลยกับการเอาเปรียบ ฉ้อโกง

 หรือรังแกกันและกัน แต่เมื่อผ่านวิกฤติการณ์ไปแล้ว หรือหลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักไปแล้ว

 คนแบบนี้มักจะตัดใจหรือตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

 

2. เก็บตัวเพียงลำพัง
ส่วนคนที่เวลามีเรื่องเสียใจ ก็ชอบหลีกหนีผู้คนไปอยู่เพียงลำพัง เก็บตัวเงียบๆไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใคร

 แสดงว่าเป็นคนสะเทือนใจง่าย ช่างคิด ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล มักมีโลกส่วนตัวซึ่งยากที่ใครๆ

 จะเข้าถึง ติดนิสัยปิดกั้นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันอย่างแท้จริง

 ก็จะเป็นผู้ที่มีความอดทนสูงอย่างไม่น่าเชื่อ อีกอย่างหนึ่งคือเป็นคนที่มีใจรักศิลปะ

 

3. อาละวาดหรือปาข้าวของ
แต่ถ้าใครเสียใจมากๆ แล้วแสดงออกด้วยการโยนข้าวของหรืออาละวาดพาลเกเรกับคนอื่น แสดงว่าเป็น

คนที่มักมีวัยเกขาดความอบอุ่น โตขึ้นจะมีนิสัยเรียกร้องความสนใจ จะมีความต้องการความรัก ความห่วงใย

จากคนอื่นค่อนข้างมาก ชอบตอบโต้ผู้อื่นด้วยการแสดงท่าทีก้าวร้าว แต่ในใจลึกๆ แล้ว กลับไม่ใช่คนเก่งกล้า

อะไรเลย ค่อนข้างจะอ่อนแอด้วยซ้ำไป ส่วนคนที่เวลาเสียใจไม่อาละวาดทำร้ายคนอื่น แต่กลับทำร้ายตัวเองแทน

จริงๆแล้วแสดงว่าเป็นคนขี้กลัว มักจะมีท่าทางเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น แต่ใจลึกๆกังวลและกดดัน

 จะเป็นคนที่ชอบการแสดงออกอย่างตรงกันข้าม เช่นกลัวก็จะทำเป็นกล้า ไม่พอใจ ก็จะทำเป็นเหมือนไม่มี

อะไรเกิดขึ้น และบางคนก็อาจจะชอบเก็บตัวอยู่ในที่ที่รู้สึกว่าปลอดภัย แต่ในที่สุดแล้ว ก็ต้องการความรัก

และความเห็นใจจากคนอื่นๆมากเช่นกัน

 

4. ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนคนที่เวลาเสียใจ ก็จะยิ่งทำตัวเข้มแข็ง เฮิร์ทแค่ไหนก็ทำเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตซักหน่อย

 นั่นแสดงว่าเป็นคนที่มีความหยิ่งอยู่ในตัว เป็นคนคิดมากเรื่องศักดิ์ศรี ไม่ชอบการตกเป็นเป้าสายตาใครในเรื่องเสียหาย

และจะมีความเชื่อมั่นมากว่าตัวเองสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตของตัวเองได้ เมื่อมีปัญหาจะพยายามแก้ไข

ด้วยตัวเองก่อนที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

 

5. ออกเที่ยวหรือพบปะเพื่อนฝูงมากๆ
สำหรับคนที่เสียใจแล้วไม่ชอบอยู่คนเดียว ต้องออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ หรือเริ่มติดต่อไปหาเพื่อนฝูง

แบบว่าที่ยังไงๆ ก็ขอให้มีคนอื่นอยู่ด้วย แสดงว่าเป็นคนที่รู้จักตัวเองดี รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายอย่างไรบ้างในชีวิต

ต้องการอะไรกันแน่ เวลาทำอะไรก็จะผลักดันให้ตัวเองไปสู่เป้าหมายจนกว่าจะสำเร็จ เป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้

อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าลึกๆแล้วจะเจ็บปวดหรืออ่อนไหวแค่ไหน ก็จะอดทนไม่ยอมแพ้จัดว่าเป็นคนที่มีวุฒิภาวะสูง

มากทีเดียว

 

6. ทำงานอย่างหนัก
ส่วนคนที่พอมีเรื่องเสียใจก็มุมานะทำงาน แสดงว่าเป็นคนที่ชอบการลิขิตชีวิตตัวเอง ไม่เชื่อเรื่องของพรหมลิขิตหรือ

โชคชะตา จะภูมิใจมากในสิ่งที่ตัวเองหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงคนแบบนี้เมื่อรักใครก็จะทุ่มเทจนหมดกายหมดใจ

แต่ถ้าหมดรักใครก็จะตัดใจได้อย่างเด็ดขาดเช่นกัน และถ้าหากมีความสุขมากๆ ก็จะชอบแบ่งปันให้คนอื่น เพราะเป็น

คนที่รักและจริงใจเพื่อนพ้องและครอบครัว ตราบใดที่คนอื่นๆ ไม่เข้ามาจุ้นจ้านยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวมากเกินไป

 

7. หาทางแก้แค้น (กรณีคนอื่นทำให้เสียใจ)
และถ้าใครมี่เวลาเกิดเรื่องทำให้เสียใจ ก็จะคิดไปถึงเรื่องการแก้แค้น โต้ตอบเอาคืน ทำอะไรไม่ได้ ขอสาปแช่งก็ยังดี

(กรณีเสียใจเพราะผู้อื่น) เรียกง่ายๆ ว่าถือคติ ‘กรรมต้องสนองด้วยการของเวรเท่านั้น’ แสดงว่ามักเป็นคนลุ่มหลงอะไรง่าย

จนบางครั้งหลงผิดอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่รู้ตัว จะเป็นคนซีเรียสในเรื่องสมบัติทรัพย์สิน เป็นคนไม่ยอมคน หรือบางทียอมหัก

ไม่ยอมงอด้วยซ้ำไป แต่ถ้ารักใครก็รักจริงเอามากๆ

คนที่ถูกเลือก ( ตอนจบ )

posted on 13 Nov 2010 10:33 by deekunna

 

 

คุณ ๆ  รู้มั๊ย

 

สามวันต่อมา

 

ฉันโทรกลับไปหาเค้า   อยากรู้ว่าเค้าเป็นอย่างไร  เป็นห่วงจากใจจริง

เค้าบอกฉันว่า                         ไม่ต้องคิดอะไรมาก  เค้ารู้ตัวถ้าเค้าดีจริง 

                                             ฉันคงไม่ทิ้งเค้าไปหรอก
ใจฉันยังคิดถึงเค้า ยังเป็นห่วง    เราเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั๊ย   เรารู้จักกันมานานเกิน

                                             ผ่านเรื่องราวด้วยกัน เกินกว่าที่ใคร ๆ จะเข้าใจ  

                                            แต่ฉันอยากจบความสัมพันธ์    แบบคนรักกันจริง ๆ   ฉันทรมาน
 เค้าบอกฉันว่า                       เค้าเข้าใจ

 

แล้วคืนนั้นมีโทรศัพท์ โทร หาฉัน  หลายสาย เป็นเบอร์ที่ฉันไม่คุ้นเคย  ฉันลืมโทรศัพท์ไว้

ในห้อง  จึงไม่ได้รับ  ( ออกไปทานข้าวกับที่บ้าน )

 

รุ่งเช้าฉันโทรกลับไป  ใช้เบอร์ออฟฟิศโทร    ผู้หญิงรับสาย

ฉันถามว่า                   เมื่อคืนเห็นเบอร์นี้โทรเข้าเครื่องฉัน   แต่ฉันไม่ได้รับ 

                                 มีเรื่องอะไรหรือป่าว เห็นดึก    มากแล้ว  ( ใจ นึกว่าเป็นลูกค้า )

เธอถามชื่อฉันแล้วบอกว่าตัวเองเป็น แฟนเค้า    ถามฉันว่า ฉันจะเอายังไง   เห็นยังโทรมาหา

แฟนเค้าอยู่และ     เธอรู้ว่าเค้ายังรักฉัน

ฉันตอบไปว่า             ไม่ได้คิดจะเอายังไง  แค่อยากรู้ว่าเค้าเป็นยัง   บอกตามตรง  จริง ๆ

แล้วฉันก็ยังห่วงเค้า

เธอพูดต่อว่า             ไม่ต้องห่วงหรอกจบแล้ว ก็ให้จบกันไป   พี่รู้มั๊ย  หนูกับเค้า  รู้จักกันมา

                                นานแล้ว   งานบวชพี่เค้า   พี่เค้าก็ชวนหนู 

                                อ้าว  แล้วเค้าไม่คิดหรือว่าจะต้องเจอฉัน         ฉันถาม

                                 พี่เค้า คงรู้ว่ายัง ไง  หนูก็ไปไม่ได้  เพราะหนูติดสอบ  หนูน่ะไปกรุงเทพ

                                กับพี่เค้าบ่อย ๆนะพี่   บางทีพี่เค้าแวะ ไปหาพี่  หนูก็เดินเล่นอยู่แถวห้าง
                                ใกล้ ๆบ้านพี่นะแหละ แถวพระโขนง

ฉันอึ้ง                       อยากรู้จริง ๆว่าตอนนี้พี่คิดอะไร  ที่พี่ทำอย่างนี้ประชดพี่เค้าเล่น ๆหรือป่าว  

                               งั้น  ให้เค้าตัดสินใจมั๊ย                                  ฉันพูดขึ้น

เธอเสียงแข็ง            อ้าว  พี่ทำอย่างนี้ได้ไง  อย่างนี้ก็เท่ากับว่า หนูก็นั่งเรืออยู่กลางมหาสมุทร

                              ล่ะซิ   จะ  ก้าวก็ไม่ได้

                             พี่อยากให้เค้าตัดสินใจ      

  ฉันพูด   ใจจริงแล้ว  อยากจบไปเลยแต่ถูกท้าทาย  เหมือนคนโง่จริง ๆเรา

                               ก็ได้   งั้นหนูจะประชุมสาย       เธอโทรหาเค้าทันที    

ได้ยินเสียงเค้าพูดมา   ฮันโหล  ...อือ 

                               พี่......ได้ยินมั๊ย          ได้ยิน        ฉันตอบ

                               ตอนนี้พี่......อยู่ด้วย   อยากให้พี่ยืนยัน  ว่าตอนนี้ ถ้าให้พี่เลือก  พี่จะเลือกใคร 

เค้า เงียบ ไปสักพัก               มีอะไรกัน     เสียงเค้าพูดขึ้น   

ฉันตัดสายไปทันที ได้ยินเสียงเค้าแล้วรู้สึกขนลุก  ฉันไม่อยากรู้หรอก ไม่อยากฟังจริง ๆ  

 

ในคืนนั้น  ที่ฉัน  พูดว่าเลือกคนนั้น   ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร   ฉันก็แค่ต้องการจบจากเค้า จริง ๆ

และฉันก็ตัดสินใจถูก   

 

ไมรู้ซินะ   คุณเคยรู้สึกว่า ความรู้สึกถูกย่ำยีมั๊ย     แบบนั้นล่ะ   แบบนั้นเลย         

   

 

ฉันชอบที่นี่แล้วล่ะ  exteen    จะแวะเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ   แต่แนวเรื่องที่จะเขียนต่อไป  ไม่ใช่เรื่อง

แบบนี้แล้ว  

 

ที่นี่ทำให้ฉันเป็นตัวของตัวเอง   ได้อย่างชัดเจน   ขอบคุณนะ

สองปีผ่านไป

posted on 12 Nov 2010 16:28 by deekunna
 
 
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552
 
วันที่ฉันแต่งงาน  ชีวิตฉันก้าวมาอีกขั้นแล้ว  ต่อแต่นี้ไปฉันและพระเอกของฉัน
กำลังสร้างครอบครัว 
เราสร้างบ้านบนภูเขา  บนที่ดินของพ่อของฉัน  ที่ทองผาภูมิ   กาญจนบุรี   บ้านหลังนี้
เราช่วยกันสร้างทำเป็นเรือนหอ  หลังไม่ใหญ่  เป็นบ้านพักตากอากาศมากกว่า  
เดือนหนึ่ง เราถึงจะกลับไปพักครั้งหนึ่ง  เราชอบนอนกางเต้นท์   ชอบนอนดูดาว 
ชอบก่อกองฟืน    พระเอกของฉัน   น่ารักมาก
เราร่วมกิจกรรมช่วยเหลือสังคม  ช่วยสร้างโรงเรียน  
ฉันมีความสุข( ที่ไม่รู้ว่าสุขจริงหรือป่าว )  เค้าสัญญากับฉันว่า  เค้าจะรักฉันจนกว่าน้ำทะเลจะเหือดแห้ง 
ฉันก็เหมือนกัน  จะดูแลเค้าอย่างนี้ไปตลอดชีวิต 
ขอบคุณโชคชะตา ที่ทำให้เรามาพบกัน
     
 ขอบคุณพรหมลิขิต   
ตอนแรกเข้ามาในนี้เพื่อนำเรื่องราวมาเป็นอุธาหรณ์ แต่เอาเข้าจริง ๆ  รู้สึกไม่อยากจากไปเลย
ที่นี่กลายเป็นเหมือนบ้านไปแล้ว
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์
ขอบคุณทุกกำลังใจ
ขอบคุณทุกคำสั่งสอน
ขอบคุณทุกคำติชม
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ
หลายเรื่องที่ฉันทำผิด   ฉันอยากให้เป็นเรื่องเตือนใจ ให้กับหลาย ๆคน 
เรื่องราวของฉันมีที่เก็บแล้ว   ได้เวลาทิ้งอดีตเสียที   ฉันจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติ
ขอบพระคุณ  คุณโต๊ะคิง  ที่คอยติดตามมาตลอด  อาจจะทำอะไรไม่ถูกใจไปบ้าง   มันแต่งไม่ได้ค่ะ
เป็นเรื่องจริง  ......  ไม่ว่ากันนะคะ
และสุดท้าย กราบขอบพระคุณ คุณแม่ปิยะ 99  อยากบอกว่าหนูเรียนจบ หลังจาก
ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้สองเดือนค่ะ  เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว  
 ขอบพระคุณสำหรับความห่วงใย  ขอบพระคุณจากใจ ....

ไม่ได้ตั้งใจ ..จริง ๆ

posted on 12 Nov 2010 16:17 by deekunna

 

ฉันเดินขึ้นห้องด้วยความสับสน  เหมือนตัวเองทำผิด  เหมือนตัวเองทำอะไรหลบ ๆซ่อน ๆ

ทำไมต้องกลัวเค้า  นี่ฉันกลัวเค้าหรอ  ไม่หรอก ฉันไม่ได้กลัวเค้า   แต่ฉันแคร์สังคมมากกว่า

กลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต   ฉันดูแลที่นี่  ไม่ควรทำตัวเองให้เสียชื่อเสียง   ใครจะมาเข้าใจ

ใครจะมารู้ความจริง

 

ถึงห้องแล้ว   เค้ายังยืนอยู่ระเบียง  ฉันเดินออกไป หาเค้า 

" ใคร "                     เค้ามองฉันด้วยสายตาแบบเดิม

" คนที่มาชอบฉัน "     ฉันตอบ  

" แล้วยังไงต่อ "          เค้าถามฉัน

" กลับไปแล้ว "         ฉันมองหน้าเค้า   ดูเหมือนคนอาการแย่  ฉันใจหาย   

 

ฉันปิดไฟในห้อง    แต่เปิดไฟที่ระเบียงไว้   อยากให้คนข้างนอกมองว่าฉันนอนแล้ว

เรานั่งคุยกัน  

เค้าตรงเข้ามากอดฉัน   

 " อย่าทิ้งผมนะ  ผมรักคุณ  รักคุณจริง ๆ "   ฉันตกใจตัวแข็งไปหมด  ใจสั่น

 

แล้วเสียงเคาะประตู  ก็ดังขึ้นอีก  เคาะเบา ๆแต่ยาวนาน  พร้อมเสียงเรียกชื่อฉัน

เค้ากอดฉันแน่นขึ้น   " ขอร้องอย่าทิ้งผมนะ " 

เราปล่อยให้เสียงเคาะประตูดังอยู่อย่างนั้น

 

เค้าปล่อยตัวฉัน 

" เสียงเรียกคุณเหมือนคนจะขาดใจ   เปิดประตูเถอะ "    เค้าเดินเข้าห้องน้ำ

 

ครั้งนี้ ฉันเปิดประตู  คนนั้นรีบแทรกตัวเข้ามาในห้อง   เปิดระเบียง  เปิดห้องน้ำ

 

" อยู่นี่เอง    ออกมา   ออกมา "       ทำน้ำเสียงเหมือนคนเหนือกว่า

" อย่าทำอะไรเธอนะ "                    เค้าพูด    ฉันมองหน้าเค้า  คนนี้ขี้ขลาดไม่กล้าหรอกน่า  คิดในใจ

" อย่างเราจะไปทำอะไร เธอได้ "       เค้าหัวเราะ

" นายชื่ออะไร "                             คนนั้นถาม

" ผมชื่อ.........."                            เค้าตอบ

" รู้จักกันนาน หรือยัง "                   คนนั้นถาม

" นานแล้ว "                                  เค้าตอบ   (  เค้าโกหก  เราเพิ่งรู้จัก กัน 10 วัน เอง )

" แต่เราคบเธอมาเป็นสิบ ๆปี "        คนนั้นพูดอย่างคนเหนือกว่า

 

ฉันมองหน้า คนนั้นที  คนนี้ที  ก่อนจะติดสินใจ

 

ฉันเดินไปจับมือเค้า  คนที่อยู่ในห้องฉัน   แล้วพูดว่า  

 

" ฉันเลือกแล้ว   ฉันเลือกเค้า   คนนี้ "    ฉันมองหน้าคนนั้นนิ่ง   

 

เค้าทำตัวไม่ถูก   ฉันดูออก   ชี้ไปที่แม่นางหวัง  ของฝากจากเมืองจีนที่เค้าซื้อให้ฉัน

 

ถ้าอย่างนั้น  ขออันนี้คืน    

" คุณมีอะไรจะคุยกับเธออีกมั๊ย "          เค้าถามคนนั้น  น้ำเสียงดีขึ้น

" มี "                                                คนนั้นพูดทันที

 

" คุยได้แต่ต้องคุยข้างล่าง "               ฉันพูด   แล้วเดินนำหน้าเค้าลงไปข้างล่าง

 

ถึงข้างล่าง

เค้าถามฉันว่า  " คิดดีแล้วหรอ  ทำไมทำอย่างนี้   เค้าไม่เข้าใจ "

ฉันตอบว่า       " ไม่รู้ว่าคิดดี หรือเปล่า    แต่เรื่องของเรามันจบแล้ว   จบไปจากความรู้สึกแล้ว

จริง  ๆ     ไม่มีอะไรจะพูด   เราเป็นห่วงเค้า  ขอตัวนะ "   

 

แล้วฉันก็เดินขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง  

 

รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก   จากที่อึดอัดมาตั้งนาน  แต่ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องจัดการ คือคนข้างบน  ดูท่า

จะไม่ยอมไปไหนง่าย ๆเหมือนกัน

 

เรื่องของฉันกับเค้า จบไม่สวยเลย   แต่ฉันคิดว่า  ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้   แต่เมื่อเหตุการณ์มัน

พาไป  และเมื่อเวลาหนึ่งมาถึง  ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปตามพรหมลิขิต  

 

 

สามทุ่ม ห้านาที  ฉันกลับมาถึงห้อง

โทรศัพท์ฉันดังขึ้น   เค้าโทรมา  คนนั้นคนที่ให้คนมาเอาของ

ฉันรับ

อยากเจอ  ขอเจอหน่อยได้มั๊ย 

เอาไว้วันพรุ่งนี้แล้วกันนะ  พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน วันนี้มืดแล้ว  

ตอนนี้อยู่ข้างล่าง    ออกมาที่ระเบียงหน่อย   อยากเจอจริง ๆให้มองจากตรงนี้ก็ได้

ฉันเดินออกไปที่ระเบียง   มองไม่เห็นใคร

เห็นแล้ว  ขอบคุณนะแค่นี้ก็ดีแล้ว   เสียงเงียบไป   

 

ฉันยังยืนอยู่ที่ระเบียง  คิดอะไรหลายอย่าง  คิดถึงผู้ชายคนนี้  และผู้ชายอีกคนที่ไม่อยากรู้จักฉันแล้ว

สองคนนี้ดูแตกต่างกันเหมือนเป็นแม่เหล็กคนละขั้ว

 

คิดอะไรเพลิน ๆ  โทรศัพท์ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง  เค้าคนเดิม 

ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะ  ยืนอยู่ตรงนั้นลมเย็นเดี๋ยวไม่สบายนะ   

อือ  จะไปแล้วล่ะ

ขอเข้าไปหาได้มั๊ย   

อย่าเลย  บอกแล้วไง  ค่อยเจอกัน    ฉันวางสายรีบเดินเข้าห้อง  ทำไมรู้สึกไม่อยากเจอเค้าจริงๆนะ

ฉันรู้สึกไม่อยากเจอจริง ๆ   นี่ความรู้สึกฉันเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆหรือ 

 

ฉันคิดถึงหน้าแดง ๆตาแดง ๆของอีกคน  จึงหยิบโทรศัพท์กำลังจะโทร  หาเค้า  แต่ก็เปลี่ยนใจวาง

 
แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น 

ผมเอง   เสียงคนที่ฉันอยากจะโทรหา  น้ำเสียงไม่ดีเลย

ทานยาหรือยัง   ทานยาก่อนนอนนะคะ  พรุ่งนี้จะได้ดีขึ้น   ฉันพูดออกไปอย่างที่ใจคิด

ไม่มียาทานครับ  คุณมียาหรือป่าว 

มีค่ะ 

ผมขึ้นไปเอานะ     ฉันเงียบ

ไปตอนนี้เลยนะ     เสียงเค้าแสดงออกถึงความดีใจ

 

ฉันเปิดประตูห้องรอเค้า

 เค้าเดินขึ้นมา 

ห้องกว้างจัง   เหนื่อยเลย  อยู่สูงมาก  ห้องนี้สูงสุดเลยใช่มั๊ย    เดินเหนื่อยเลย     เค้าพูด

แล้วล้มตัวลงนอนที่โชว์ฟา

ขอพักแป๊ปนึงนะ  เค้านอนนิ่งอยู่ตรงนั้น 

ฉันกำลังเดินไปหยิบยา  เสียงเคาะประตูดังขึ้น   ฉันชะงัก   ใครนะ

 

เค้าลุกขึ้นทันที

 มีคนมาใครหรอ   เค้ามองหน้าฉันนิ่ง  สายตาตำหนิ

ฉันเดินไปที่ประตู  เค้า คน  คนนั้นยืนหน้าประตู

ฉันหันกลับมามองหน้าคนที่จ้องหน้าฉันอยู่

ผมต้องหลบก่อนมั๊ย   เค้าถาม  เสร็จแล้วก็เดินออกไปที่ระเบียง  ฉันมองตาม  เค้าเดินเหมือนคนหมดแรง

ฉันเปิดประตูออกไป  แล้วบอกเค้าว่า 

ลงไปคุยกันข้างล่าง   ฉันเดินนำหน้าเค้าลงไป

เราลงมาคุยกันข้างล้าง   ดูท่าเค้าจะไม่ยอมกลับง่าย ๆ  เค้าถือหนังสือมาหนึ่งเล่ม  ชื่อ เรื่อง

 “   ผู้ชายหมา ๆ กับผู้หญิงบูชารัก  ”   เค้าบอกฉันว่าเค้าอ่านแล้ว  อยากให้ฉันได้อ่าน  หนังสือ

เล่มนี้ทำให้เค้าคิดอะไรได้อีกเยอะเลย   ฉันก็เหมือนกัน  หนังสือเล่มนี้  ทำให้ฉันคิดถึงผู้หญิง

คนหนึ่ง  ที่ให้หนังสือ เรื่อง “   ผู้ชายเลวกว่าหมา  และไม่ได้มาจากดาวอังคาร  ”   กับฉัน  ในวัน

ที่เราได้พบกันที่สวนสันติภาพ 

 

ฉันบอกให้เค้ากลับไป  พรุ่งนี้เราค่อยเจอกัน วันนี้ฉันอยู่กับพี่สาวฉัน  ไม่สะดวก     ฉันรู้ว่าเค้าเกรง

พี่สาวฉัน ฉันถึงเอาเธอมาอ้าง

 

ฉันเดินกลับขึ้นห้องโดยปล่อยเค้านั่งอยู่ตรงนั้น 

 

10   กรกฎาคม 2550

 

วันนี้หลังเลิกงาน เพื่อนใหม่ของฉัน  ชวนฉันไปทานข้าวที่ทะเลบางแสน

ระหว่างที่ขับรถไป เราคุยกันตลอดทาง  จนเค้าถามคำถามขึ้นมาว่า

 

คบกับเค้าแบบไหนตอนนี้ ?

                   ฉันอึ้งไป  เลยถามเค้ากลับว่า  แล้วเค้าล่ะ ?   

เค้าบอกว่า ไม่เอา เค้าถามก่อน  ตอบเค้าด้วย

                         ฉันตอบ

                   ก็เราเป็นเพื่อนกันไง   คบกันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว  รู้จักกัน  เป็น

เพื่อนกันไปอย่างนี้เรียนรู้กัน   ไม่ต้องคิดอะไรมากดี

เค้านิ่ง นิ่งไปเลย  ไม่พูดกับฉันอีกเลย 

ฉันพูดอะไรผิดไป หรือป่าว  ฉันคิดไม่ออกตามเค้าไม่ทันจริง ๆ  ฉันนิ่งตาม

วันนี้ฉันว่าอาการเค้าแปลก ๆจริง ๆ  หน้า แดง ๆ ตาแดง ๆ

 

      เราทานข้าวริมทะเลด้วยกัน  อาหารมื้อนี้  ไม่อร่อยนัก ด้วยบรรยากาศมันอึดอัด

       อึดอัดจนฉันบอกไม่ถูก

      

       เค้าบอกฉันว่า   เค้าไม่ค่อยสบาย

 

        จนทานข้าวเสร็จ   เค้าพูดขึ้นมาว่า 

        เค้าไม่อยากรู้จักฉันแล้ว       

        ถ้าไม่คิดจะคบกันแบบจริงจัง ก็ไม่ต้องรู้จักกันเลยดีกว่า   เค้าไม่เคยคิดคบใครเล่น ๆ

 

       ขับรถกลับ  เราไม่คุยกันเลยแม้แต่คำเดียว

        ฉันยัง งง กับเหตุการณ์  เกิดอะไรขึ้น  ฉันคิดอะไร ไม่ทันจริง ๆ  จนกระทั่งถึงห้อง

เพื่อนใหม่

posted on 11 Nov 2010 16:02 by deekunna

 

เค้าคนนั้น  คนเลว ๆ  โทรหาฉัน แล้วบอกว่าจะให้พี่ชายมาเอาของ

ฉันตอบว่ามาได้เลยค่ะ ฉันเก็บไว้ให้แล้ว 

 

แล้วพี่ชายเค้าก็มาขนของจริง ๆ 

 

ตอนนี้ฉันมีเพื่อนใหม่แล้ว  ฉันไม่รู้เลยว่าเค้าจะจริงใจแค่ไหน  แต่ทุก ๆเย็นที่กลับ

จากทำงานเค้าจะโทรหาฉันทุกวัน  ชวนฉันไปทานข้าว  นั่งรถเล่น  นี่เป็นวันที่เจ็ดแล้ว

วันนี้เราไปดูเครื่องบินกัน  สุวรรณภูมิ  เค้าบอกฉันว่า  วิวนี้สวยที่สุด  ฉันเห็นรถหลาย

คันเหมือนกัน  ทีจอดดูวิวตามทาง  แต่เค้าบอกฉันว่าจะมีตำรวจมาไล่นะ ต้องคอยดู ถ้ามา

ก็รีบหนีเดี๋ยวโดนจับ 

 

ระหว่างที่ฉันอยู่กับเค้าโทรศัพท์ฉันดังบ่อยมาก  ฉันกดทิ้ง  แล้วข้อความจะถูกส่งไปทัน

ทีว่า  จะติดต่อไปอีกครั้ง  จะมีใครล่ะ นอกจากเค้าคนนั้นคนเดียว

 

เพื่อนใหม่ฉันคนนี้ เป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ  เค้าคงถูกอบรมและสั่งสอนมาดี  ฉันรู้สึกชอบ

เค้าจริง ๆ ซะแล้ว  ฉันไม่กล้าคิดว่าเค้ามาจีบฉัน  คิดว่าคงอยากมีเพื่อน เหมือนฉันตอนนี้

มากกว่า

 

ในเวลาแบบนี้การมีเพื่อนดี ดี สักคนก็ดี  อย่างน้อย เราจะได้ไม่มีเวลาไปคิดอะไรมาก

เราไปเที่ยวกัน ไม่เคยกลับดึกเลย ไม่เกินสามทุ่มเราก็กลับถึงห้องแล้ว  ฉันรู้สึกว่าเค้า

ให้เกียรติฉันจริง ๆ